นักวิชาการและนักกิจกรรมชี้ สังคมไทยไม่เข้าใจเรื่อง “ความยินยอมพร้อมใจทางเพศ” ต้นเหตุปัญหาล่วงละเมิดทางเพศซ้ำซาก และการซ้ำเติมเหยื่อผู้ถูกกระทำ

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา มีการจัดเวทีเสวนา “เซ็กส์แฟร์ ๆ เพราะเราแคร์ ถึงเวลาสังคมไทย ต้องเข้าใจ Sexual Consent”  ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ โดยความร่วมมือของ แผนงานสุขภาวะผู้หญิงและความเป็นธรรมทางเพศ, สมาคมเพศวิถีศึกษา, หลักสูตรศิลปศาสตร์มหาบัณฑิตสาขาวิชาสตรีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, เพจ ThaiConsent, มูลนิธิสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาพผู้หญิง, กลุ่มทำทาง,  มูลนิธิผู้หญิงที่อยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวี และกลุ่มการเมืองหลังบ้าน โดยผู้เข้าร่วมรับฟังการเสวนามีจากหลากหลายหน่วยงาน ทั้งผู้ที่ทำงานในประเด็นเรื่องผู้หญิง ความเป็นธรรมทางเพศ ผู้ที่สนใจ และสื่อมวลชน

โดยในเวทีเสวนา มีนักวิชาการและนักกิจกรรม 5 ท่าน ทำหน้าที่ให้ความเห็นในประเด็นดังกล่าว คือ

  • รศ.ดร.กฤตยา อาชวนิจกุล เลขาธิการสมาคมเพศวิถีศึกษา
  • วิภาพรรณ วงษ์สว่าง ผู้ก่อตั้งเพจ ThaiConsent
  • ฐิติญานันท์ หนักป้อ ผู้อำนวยการมูลนิธิซิสเตอร์
  • ชนกนันท์ รวมทรัพย์ แกนนำขบวนการประชาธิปไตยใหม่ และสมาชิกกลุ่มทำทาง
  • ยุทธนา ลุนสำโรง นักกิจกรรมโครงการจัดตั้งสมาคมการเมืองและความยุติธรรมฯ

โดยผู้ร่วมเสวนามองตรงกันว่า สังคมไทยยังขาดความเข้าใจเรื่องความยินยอมพร้อมใจในทางเพศ (Sexual consent) ทำให้เกิดปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศ ขณะที่เหยื่อก็ไม่กล้าพูดเพราะกลัวถูกสังคมซ้ำเติม ทำให้ปัญหาไม่ได้รับการแก้ไข และฝากให้ทุกภาคส่วนในสังคมช่วยสร้างความตระหนักในเรื่องดังกล่าว ต้องอยู่ในมุมมองที่เราเคารพคนอื่น ไม่ใช้ความรุนแรง เซ็กส์ต้องมาพร้อมความยินยอมพร้อมใจ จะทำให้สุขภาวะทางเพศของทุกคนมีความสุข

สามารถรับชมการเสวนาย้อนหลังได้ทาง

https://www.facebook.com/WomenWellbeingTH/videos/1658789174144998/

โดยการจัดงานในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

++++++++++++++++++++++++++

นักวิชาการและนักกิจกรรมชี้ สังคมไทยไม่เข้าใจเรื่อง “ความยินยอมพร้อมใจทางเพศ” ต้นเหตุปัญหาล่วงละเมิดทางเพศซ้ำซาก และการซ้ำเติมเหยื่อผู้ถูกกระทำ

วันนี้ (5 สิงหาคม 2560) เวลา 10.00 น. ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ท่าพระจันทร์ ในเวทีเสวนา “เซ็กส์แฟร์ๆ เพราะเราแคร์ : ถึงเวลาสังคมไทยต้องเข้าใจ Sexual Consent” จัดโดย แผนงานสุขภาวะผู้หญิงฯ, สมาคมเพศวิถีศึกษา, หลักสูตรศิลปศาสตร์มหาบัณฑิตสาขาวิชาสตรีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, เพจ ThaiConsent, มูลนิธิสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาพผู้หญิง, กลุ่มทำทาง, มูลนิธิผู้หญิงที่อยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวี, และกลุ่มการเมืองหลังบ้าน โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) นักวิชาการและนักกิจกรรมที่ร่วมเสวนาชี้ว่า สังคมไทยยังขาดความเข้าใจเรื่องความยินยอมพร้อมใจในทางเพศ (Sexual consent) ทำให้เกิดปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศ ขณะที่เหยื่อก็ไม่กล้าพูดเพราะกลัวถูกสังคมซ้ำเติม ทำให้ปัญหาไม่ได้รับการแก้ไข และฝากให้ทุกภาคส่วนในสังคมช่วยสร้างความตระหนักในเรื่องดังกล่าว

รศ. ดร. กฤตยา อาชวนิจกุล เลขาธิการสมาคมเพศวิถีศึกษา กล่าวว่า สังคมไทยไม่มีวัฒนธรรมการเคารพเรื่อง Sexual consent หรือความยินยอมพร้อมใจในเรื่องกิจกรรมทางเพศ ที่ต้องเป็นการยินยอมพร้อมใจด้วยกันทั้งสองฝ่าย การล่วงละเมิดทางเพศหลายกรณีเกิดจากการที่ฝ่ายหนึ่งทึกทักว่าอีกฝ่ายยินยอม เช่น ถ้าผู้หญิงกินเหล้าหรือยอมไปเที่ยวด้วย ผู้ชายก็มักคิดว่าผู้หญิงเปิดโอกาสหรือให้ท่า หรือถ้าผู้หญิงยอมให้ผู้ชายเข้าห้อง เท่ากับยินยอมที่จะมีเพศสัมพันธ์ด้วย รวมทั้งการมอมเมาเพื่อให้อีกฝ่ายไม่สามารถขัดขืนแล้วถือว่ายินยอม ซึ่งไม่ใช่ เพราะในทางวิชาการ การยินยอมพร้อมใจต้องทำโดยมีสติสัมปชัญญะ นอกจากนี้ยังมีความสัมพันธ์เชิงอำนาจที่ไม่เท่าเทียม เช่น พ่อกับลูก ครูกับนักเรียน หมอกับคนไข้ เจ้านายกับลูกน้อง ที่นำไปสู่ภาวะจำยอมในเรื่องเพศ ไม่ใช่ยินยอม

“วิธีที่จะสร้างความเข้าใจคือ สังคมต้องพูดถึงเรื่องความยินยอมพร้อมใจให้มาก ต้องมีการให้ความรู้เรื่องเพศศึกษาที่พูดเรื่องนี้ให้มากขึ้น และแทรกการเรียนรู้เรื่องนี้เข้าไปในระบบการศึกษาและสื่อ เพื่อให้คนในสังคมเข้าใจและมีความตระหนักรู้ร่วมกัน” รศ. ดร. กฤตยา กล่าว

ยุทธนา ลุนสำโรง นักกิจกรรมโครงการจัดตั้งสมาคมการเมืองและความยุติธรรมฯ กล่าวว่า “เรื่องนี้จุดที่อันตรายคือการที่คนเราไปละเมิดเนื้อตัวร่างกายของคนอื่น โดยไม่คิดว่ามันเป็นความผิดหรือเป็นการละเมิด นำไปสู่การข่มขืน แล้วผู้กระทำก็พยายามอธิบายว่ามันคือการยินยอมพร้อมใจ บางกรณีเส้นแบ่งระหว่างการยินยอมและไม่ยินยอมมันเป็นแค่เส้นบาง ๆ หากไม่ได้ทำความเข้าใจอย่างเพียงพอ ก็จะเข้าใจกันไปคนละแบบ ซึ่งเรื่องนี้ต้องแก้ในทุกระดับสังคม ต้องรณรงค์ทำความเข้าใจหลายรูปแบบ และทำให้เกิดความเข้าใจเรื่องนี้ในชีวิตประจำวันของคนทุกกลุ่ม”

วิภาพรรณ วงษ์สว่าง ผู้ก่อตั้งเพจ ThaiConsent กล่าวว่า สิ่งที่น่าเป็นกังวลเมื่อสังคมไม่เข้าใจเรื่องความยินยอมพร้อมใจทางเพศ คือ คนที่ประสบปัญหาถูกล่วงละเมิดทางเพศจะเข้าไม่ถึงการช่วยเหลือ เพราะเวลาที่ไปปรึกษาใครก็มักถูกตำหนิว่าตัวเองเป็นฝ่ายผิด จึงไม่สามารถพูดออกไปได้ ยิ่งทำให้สังคมไม่ตระหนักถึงปัญหาเรื่องนี้ จนนำไปสู่ปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถ้าเอากรณีศึกษาเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศมาดู จะเห็นว่าเกือบทั้งหมดจะเป็นลักษณะแบบนี้ คือสังคมไม่ได้รับรู้ถึงปัญหาที่มีอยู่ นำไปสู่ปัญหาเดิมซ้ำๆ

ชนกนันท์ รวมทรัพย์ แกนนำขบวนการประชาธิปไตยใหม่ และสมาชิกกลุ่มทำทาง กล่าวว่า “สังคมทำให้การล่วงละเมิดทางเพศเป็นความเคยชิน เป็นเรื่องปกติ บางทีตัวผู้ถูกละเมิดเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่านี่คือการละเมิด ไม่เข้าใจว่าการยินยอมคืออะไร คนมักคิดว่าเมื่อเป็นแฟนกัน เป็นสามีภรรยากัน ต้องยินยอมทุกครั้งเมื่ออีกฝ่ายต้องการ แต่จริงๆ แล้วเราสามารถปฏิเสธได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราต้องช่วยกันสร้างบรรทัดฐานที่เริ่มจากการเรียนรู้ว่าการยินยอมคืออะไร และตระหนักว่าเราจะทำอะไรก็ต้องได้รับการยินยอมจากฝ่ายที่จะมีปฏิสัมพันธ์ด้วย ต้องพูดออกมาตรง ๆ ทำให้เป็นเรื่องปกติ ไม่ต้องมีการบังคับกัน ขืนใจกัน”