องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ  (ขสมก.) เป็นองค์กรรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่แห่งแรก ๆ ในประเทศไทยที่ตระหนักถึงผลกระทบและความสำคัญของการแก้ไขปัญหาการคุกคามทางเพศ โดยในปี 2549 ขสมก. ได้มีคำสั่งเรื่อง “การล่วงเกินทางเพศ” ห้ามผู้บังคับบัญชาทุกระดับและเจ้าหน้าที่พนักงานทุกคนกระทำการใด ๆ ที่เป็นการล่วงเกินคุกคามทางเพศผู้อื่น โดยถือเป็นความผิดทางวินัย จะถูกพิจารณาโทษ แต่คำสั่งดังกล่าวยังไม่มีผลในทางปฏิบัติมากนัก

กระทั่งปี 2553-2554 สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ร่วมกับมูลนิธิธีรนาถ กาญจนอักษร ได้ริเริ่มโครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการคุกคามทางเพศในการทำงานของ ขสมก. ทำให้สมาชิกสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ และผู้บริหารองค์กรส่วนหนึ่งเกิดความตื่นตัวและมีความเข้าใจสภาพปัญหาการคุกคามทางเพศมากขึ้น  โครงการดังกล่าวได้พัฒนาต่อเนื่องมาเป็น โครงการป้องปรามและแก้ไขปัญหาการคุกคามทางเพศในการทำงานขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อลดปัญหาการคุกคามทางเพศในการทำงานของ ขสมก.

โครงการดังกล่าวดำเนินการอย่างต่อเนื่อง จนเกิดความตระหนักต่อปัญหาและปรับเปลี่ยนทัศนคติของพนักงาน ขสมก. เกี่ยวกับปัญหาการคุกคามทางเพศ  ส่งผลให้มีการพัฒนากลไกป้องกันและแก้ไขปัญหาการคุกคามทางเพศภายในองค์การ อีกทั้งในส่วนของภาคีในต่างประเทศ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ได้รับการติดต่อจากสหพันธ์แรงงานขนส่งระหว่างประเทศ (International Transportation Federation) ขออนุญาตนำเอกสาร “นโยบายและแนวปฏิบัติ เรื่อง การป้องปรามและแก้ไขปัญหาการคุกคามทางเพศ องค์กรขนส่งมวลชนกรุงเทพ” ไปแปลเป็นภาษาอื่น พร้อมทั้งขอใช้ภาพประกอบในการรณรงค์ของโครงการฯ เพื่อนำไปเผยแพร่กับองค์กรแรงงานสตรีในภาคขนส่งสาธารณะในประเทศต่าง ๆ ในฐานะตัวอย่างของวิธีปฏิบัติที่ประสบความสำเร็จ

อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อท้าทายที่สำคัญเนื่องจาก ขสมก. เป็นองค์กรขนาดใหญ่ มีพนักงานจำนวนมากถึงประมาณ 13,000 คน และมีที่ตั้งสำนักงานและพนักงานปฏิบัติงานกระจายอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล การขับเคลื่อนเพื่อสร้างความเข้าใจและความตระหนักต่อสภาพปัญหาการคุกคามทางเพศและแนวทางแก้ไขในองค์การ ขสมก. ยังไม่ครอบคลุมพนักงานส่วนใหญ่ขององค์การ นอกจากนี้ เนื่องจากกลไกการสอดส่องดูแลและรับเรื่องร้องเรียนปัญหาการคุกคามทางเพศที่ ขสมก. จัดตั้งขึ้นในระดับต่าง ๆ นั้น เป็นกลไกที่ค่อนข้างใหญ่ มีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก และสมาชิกของกลไกเหล่านี้ยังได้รับโอกาสในการเสริมศักยภาพให้มีความรู้ความสามารถในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการคุกคามทางเพศได้ไม่เท่ากัน พนักงานส่วนใหญ่ยังขาดความเข้าใจที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับสภาพปัญหา ผลกระทบ และแนวทางการแก้ไขปัญหาการคุกคามทางเพศ จึงทำให้การขับเคลื่อนงานเพื่อลดปัญหาการคุกคามทางเพศให้เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างแท้จริง ยังเป็นงานที่มีความท้าทายค่อนข้างมาก ในการดำเนินโครงการระยะต่อไป ซึ่งมีระยะเวลาการทำงาน 18 เดือน (1 กันยายน 2559 – 28  กุมภาพันธ์ 2561) คณะกรรมการป้องปรามการคุกคามทางเพศฯ ขสมก. ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโครงการฯ ได้กำหนดแนวทางการดำเนินงานในภาพรวม คือ 1) ขยายกระบวนการสร้างความเข้าใจและความตระหนักต่อปัญหาการคุกคามทางเพศและแนวทางแก้ไขปัญหา ให้ครอบคลุมพื้นที่และจำนวนพนักงานเพิ่มมากขึ้น โดยกำหนดให้มีพื้นที่ที่จะทำงานเข้มข้นใน 4 เขตการเดินรถ (เขต 1, 2, 6 และ 8)  2) ทบทวนและปรับปรุงกลไกการทำงานป้องปรามการคุกคามทางเพศของ ขสมก. โดยเฉพาะกลไกรับเรื่องร้องเรียน ให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น 3) ผลักดันให้ ขสมก. รับเอางานป้องปรามการคุกคามทางเพศเป็นพันธกิจขององค์กร และ 4) พัฒนาให้ ขสมก. เป็นองค์กรต้นแบบในเรื่องป้องปรามการคุกคามทางเพศในการทำงาน